2007/Jan/28

แอบไปอ่านย้อนๆ blog ของเมื่อปีก่อนๆตอนที่ได้อยู่ิเกษตร
พูดตามตรงเวลานั้นเป็นเวลาที่สนุกมากๆ ได้มีเ้พื่อนที่แบบแคร์กัน
ปีๆนึงผ่านไปไวเนอะ
น่าเสียดายที่วันนี้ฟ้าไม่ได้เรียนที่เกษตรอีกแล้ว
แต่ก็นะเก็บความทรงจำดีๆไว้่ก็จะดีกว่า

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยุ่งๆตลอด
ตอนนี้เรียนเรื่องกระดูกกะพวกข้อต่ออะไรแบบนี้
งานวิจัยสองอันก็มีให้ทำ
อันนึงเรื่องกัญชา
อัีนนี้ต้องทำแบบสอบถามตอนกลับเมืองไทยกลางปีนี้ด้วย
เป็นโปรเจ็คของฟ้าทำเองคนเดียวเลย

อีกอันเป็นเรื่องโรค Arthritis กับโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบตัน etc.
อันนี้ต้องอ่านๆๆๆงานวิจัยคนอื่นแล้วเอามาเขียนสรุปทำเป็น poster

คือจริงๆสองอันนี้อ่ะ อันแรกกว่าจะส่งคือเดือนตุลา อันที่สองกว่าจะส่งคือเดือนมีนาปลายๆ
แต่ทำไมไม่รู้ืแบบว่าอยากทำให้เสร็จไวๆแล้วอยากให้ทำออกมาให้ได้ดี
อันแรกถ้าทำออกมาดี อาจจะได้ตีพิมพ์ใน journal ด้วย
เพราะว่าได้ supervisor ที่เก่งทางด้านวิจัยเรื่องนี้มาช่วย
แต่ขอบอกว่าโดนแบบติมาเยอะเหมือนกัน
เพราะแบบสอบถามแบบว่าถามไม่มีหลักการไรงี้
เลยต้องแก้ใหม่

นี่อีกแค่ปีกว่า ฟ้าก็จะจบแล้วนะเนี่ย
อีกแค่ไม่ถึงปีก็ต้องเขียน cv สมัครงานแล้ว
ยังไม่รู้เลยว่าจะสมัครเป็นหมอของ deanary ไหน
ฟ้าอยู่ West Midlands Deanary แต่ตอนนี้อยากไปที่ Wales Deanary อ่ะ

คือที่ิอังกฤษอ่ะคะ เวลานักศึกษาแพทย์จะสมัครงานเขาจะแยกเป็นเขตทำงานตาม area
ซึ่งส่วนมากก็คือ มหาลัยไหนตั้งอยู่ นักศึกษามหาลัยนั้นก็จะสมัครในเขตนั้นเลย
ไม่ต้องย้ายไปย้ายมา
แถมเทรนแพทย์จะได้มาตรฐานใกล้เคียงกันหมดด้วย

พูดถึงเรื่องสมัครงานเป็นหมอที่นี่
แบบว่าที่นี่เขาไม่ค่อยสนเรื่องเกรดเท่าไหร่
แค่จบหมอออกมาได้ก็พอ
แต่ที่เขาสนคือจบออกมาได้ โดยมีประสิทธิภาำพไหม
ไม่ใ้่่ช่ว่าจะเรียนกะเรียน
เขาก็เลยดูที่กิจกรรมเสริมด้วย
ฟ้าก็มีกิจกรรมเสริมอะนะที่จะเอามาเขียนใน cv ได้
แต่ก็แบบเหมือนจะน้อยนิด ไม่ประทับใจ
ตอนนี้เลยจะหาเพิ่มให้ได้
เลยไปสมัครเป็นอา่สาสมัคร childline
คือแบบคุยกะเด็กที่แบบมีปัญหา ครอบครัวมีปัญหาไรงี้
นอกจากนี้ก็ยังสมัครเป็น drug volunteer worker
คอย support พวกคนติดยาที่อยากเลิกยาไรงี้
ตอนนี้ก็รอๆว่าเขาจะติดต่อมาไหม ^^
วันนี้ก็เพิ่งไปดู presentation ของโปรเจ็ค medsin อันนึง
ชื่อว่า Teddy bear Hospital
คือว่า

เด็กๆเนี่ยเขาจะกลัวรพ. กลัวหมอ กลัวเข็มฉีดยาไรงี้ไง
แล้วโปรเจ็คนี้คือพยายามไม่ให้เด็กกลัวอ่ะ
โดยการแบบจะมีจัดให้ไป รร. ที่สอนเด็กอายุ 3-7 ขวบ
ในวันนั้น เด็กๆสามารถเอาตุ๊กตาหรือของเล่นของตัวเองมาได้
แล้วให้เ็ด็กแบบคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ของของเล่นตัวเอง
แล้วมาหาหมออะไรแบบนี้อ่ะ
แล้วหมอก็แบบต้องตรวจต้องสั่งยาให้
ที่ทำแบบนี้เพราะว่าจะได้ให้เด็กๆเห็นได้ว่ามาหาหมอ
ไป รพ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

-*- เครียดเนอะเวลาพูดถึงเรื่องเงินและงานและเรียน 55+

ตอนนี้ที่อังกฤษอากาศเริ่มอุ่นขึ้นมาได้อีกนิด
หลังจากที่วันอังคารที่ผ่านมาแบบแทบจะแข็งตายกันไปข้าง
หิมะอยู่ดีๆก็ตก
ตื่นขึ้่นมาตอนเ้้ช้าต้องมานั่งละลายน้ำแข็งบนกระจกรถ (deice)
แถมละลายแล้ว ไม่ถึงห้านาทีด้านนนนนนมีน้ำแข็งเกาะใหม่
เหอๆๆๆ
แถมที่พ้นน้ำใส่กระจกรถก็แข็งตามคะ พ่นไม่ออก -*-
ไม่ชอบเลยเวลาอากาศหนา่วมากๆแล้วต้่องขับรถเนี่ย

ตอน deice มือจะแข็งให้ได้




edit @ 2007/01/28 06:56:57
edit @ 2007/01/31 17:12:10

2007/Jan/16

สวัสดีปีใหม่ค่าาาาาา

ไม่ได้อัพมาเป็นปีๆเลยเนอะ
แต่ว่าพอดีได้รับ tag มาจากพี่ติ๊ดตั้งแต่สิบวันก่อนคะ
ประมาณว่าฟ้าเพิ่งได้เช็คเมล์วันนี้ (วันนี้วันที่ 15 เมืองไทย 16 ล่้ะ)
อ่ะๆโดน tag แล้วก็ต้องเล่าความลับห้าข้อใช่ป่ะคะ
เดี๋ยวหาเหยื่อ tag แถวๆนี้ต่อไปน้ออออ

1) ฟ้าเมื่ออาทิตย์ก่อนแบบว่ากลัวว่าเป็น scabies มากๆๆๆ
scabies เป็นโรคคล้ายๆเหมือนเหา หมัดไรงี้อ่ะคะ
แต่มันร้ายแรงกว่าตรงที่ว่า มันเป็นโรคติดต่อ เหมือนเหาละเนอะที่แบบมันกระโดดๆไปหาคนนั้นคนนี้
scabies ก็ใกล้ๆเคียงกัีน แต่ติดต่อทางผิวหนัง
เรื่องมันมีอยู่ว่า ฟ้าตอนนี้เรียน trauma & orthopaedics
คือพวกอุบัติเหตุกะโรคกระดูก ข้อต่อ
มันก็มีผ่าตัดอะไรยังงี้ที่เกิดจากอุบัติเหตุใช่ป่ะ
วันนั้นฟ้าก็อยู่ห้องผ่าตัด มีคนไข้แก่ๆคนนึงต้องผ่าตัดสะโพกเพราะล้ม สะโพกหัก
หมออาวุโสเขาก็เรียกฟ้าให้ช่วยจับมือคนไข้ไม่ให้ตกจากเตียงผ่าตัดไรงี้อ่ะ
ประมาณว่ายืนว่างๆก็มาช่วยซะไรงี้
คนอื่นๆเขาก็ใส่ถุงมือกัน มีหมออาวุโสกะฟ้าเท่านั้นละไม่ได้ใส่ถุงมือ
ยืนจับมือคนไข้ไปประมาณสิบนาทีได้มั้ง
ก็สงสัยว่าทำไมคนอื่นใส่ถุงมือซะเว่อร์ไรงี้

ตอนออกมาจากห้องผ่าตัด
นางพยาบาลคุยกันบอกว่าคนไข้คนนี้เป็น scabies
oh Gosh!!! เท่านั้นละ สยิวเลย
กลับมาบ้าน นอนคิดทั้งคืน จะเป็น scabies ไหมว้า
แบบว่าอาการมันจะเป็นผดๆผื่นๆสีแดงๆทั้งตัวอ่ะ
ใครเป็นแล้วแบบต้องรักษาโดยการทายาทั้งตัว เป็นเวลานานสิบชม.
ที่นอนต้องเอาไปซักด้วยน้ำร้อนแล้วผึุ่งแห้งหลายวัน
โอ้วววววว

สยองงงงง

ปรากฏวันต่อมาทนไม่ไหว ไปดูแฟ้มประวััติคนไข้
ตกลงคือคนไข้เป็นจริงๆ แต่ตอนที่ผ่าตัดนั้นได้โดนรักษาไปเรียบร้อยแล้ววว

โล่งงงงง

นี่ความลับนะเนี่ย ยังกลัวเป็นอยู่เลยไม่ได้บอกใครเลย 555+

2) ตอนเด็กๆ ตอนได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
ไปทักแอร์โฮสเตสว่าแต่งหน้าเหมือนนางปีศาจ -*-
ตอนนั้นอายุ 5-6 ขวบได้มั้ง
แบบแอร์แต่งหน้าจัดไง ด้วยความเป็นเด็กตรงไปตรงมา
'พี่คะ พี่แต่งหน้าเหมือนนางปีศาจเลย'
แบบว่าพี่แอร์คนนั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ คงจะคิดในใจ
ชั้นอยากฆ่าเด็ก ไรประมาณนี้
คือตอนนั้นนี่แบบไม่รู้่เรื่องอ่ะ พ่อแม่ฟ้าก็แบบรีบพาเดินไปนั่งแทบไม่ทัน
555+

อ่อ ใช่ๆ ไฟลท์เดียวกันอีกเนี่ยแหละ
ตอนเด็กๆอ่านขายหัวเราะ มหาสนุกไง
แล้วแบบเขาจะวาดเทวดานั่งอยู่บนเมฆใช่ป่ะ
ฟ้าก็คิดว่าเทวดาอยู่้บนเมฆจริงๆ
ตอนเครื่องบินขึ้น จ้องไปที่เมฆใหญ่เลย
ทั้งไฟลท์ละ จนใกล้ๆจะถึง
เอามือสะกิดพ่อ
'ป๊า ไหนอ่ะคะเทวดาที่อยู่บนเมฆ ทำไมไม่เห็นมีเลย'

พ่อขำกร๊ากคะ -*-
ทำไปได้เนอะ

3) ตอนเรียนที่ไทย เกลียดมากกกกกกกกกกกกวิชาวิทยาศาสตร์
เรียนไม่เคยได้ดิบได้ดี อะเคไม่ถึงกะแย่ แต่ก็ถือว่าแย่ที่สุดในวิชาที่เรียนทั้งหมด
แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้กลับเรียนหมอ วิชาที่ใช้วิทยาศา่สตร์ -*-
ส่วนวิชาที่เก่งๆคือวิชาภาษาไทยกะเลขแล้วก็อังกฤษคะ
เลขกะอังกฤษไม่แปลกๆ
แต่ภาษาไทยนี่ฟ้าว่าแปลก เพราะฟ้านี่ท็อปชั้นของ รร.นะคะ
555+
ตอนนี้เหรอ ภาษาไทย ลงหม้อ -*-

4) ภาษาที่สองที่เรียนและำพูดได้ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น
เนื่องจากว่าพ่อของฟ้าเมื่อก่อนเขาทำการค้ากะญี่ปุ่นไง
เขาก็แบบภาษา๊ญี่ปุ่นสำคัญมากๆ ต้องเรียนๆ
เลยนะคะ ตั้งแต่สามสี่ขวบได้มั้ง
ป๊าหาครูสอนภาษาญี่ปุ่นมาสอนให้ตัวต่อตัวเลย
-*-
เรียนถึงอายุ 14-15 ได้มั้ง ก็พูดได้ อ่านได้เขียนได้อะไรแบบนี้เยอะเลย
ตอนอายุ 15 อ่ะสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน จะได้ไปญี่ปุ่นเพื่อสานต่อแล้วนะ
ไปๆมาๆ เปลี่ยนใจ แอบรักเจ้าชาย william 555+ (นี่เรื่องจริงนะเนี่ย)
เลยเปลี่ยนขอมาอังกฤษกะโครงการแลกเปลี่ยน
เขาก็ให้นะ เพราะฟ้าต้องรอปีนึงไง
ตอนนั้นสอบได้ตอนอายุจะ 14 มอสอง แต่เขาไม่ให้ไปจนกว่ามอสี่ไง เลยต้องรอ
เลยเปลี่ยนที่ได้

ตอนนี้ภาษาญี่ปุ่น ลงหม้อไปอีกหนึ่ง -*-
ส่วนเจ้าชาย william ยังไม่เคยเจอคะ 555+
แถมตอนโตมาหน่อย ไม่หล่อละ เลิกสน เมินๆ 555+

5) อย่าคิดว่าเรียนหมอแล้วไม่กลัวผี
ฟ้ากลัวผีมากๆ
มีหมอดูทักหลายคนมากๆเลยว่า
ฟ้่าอ่ะมีดวงที่แบบสามารถติดต่อกะวิญญาณได้
แบบมีโอกาสเจอผีมากกว่าคนอื่น
-*-
แบบฟ้านี่สยิวไปเลย
หง่าาาาา ขออย่าเจอเลยดีกว่านะ
สาธุ๊

แต่
ก้อโรคจิตอีก เพราะฟ้าเป็นคนชอบเลือด
ชอบจริงๆ
แบบว่าฟ้าอ่ะคิดว่าเลือดสีมันสดแล้วก็สวยมากๆ
-*-
โรคจิตนะ

อ่ะ อะเคครบห้าเรื่องแล้ว ส่งใครต่อดี
1) ปามเลย http://palmie.exteen.com
2) พี่โมชย์ ไม่ีรู้จะมาอ่านปะเนี่ย http://moch.exteen.com
ขอสองคนแทนได้ไหมคะ แหะๆ

จะพยายามมาอัพที่นี่บ่อยๆละกันนะคะพี่ติ๊ด

2005/Sep/30

อ่า วันศุกร์แล้วนะเนี่ย ไวจิงๆอาทิตย์นึง

วันนี้รู้สึกมีความสุขไงไม่รู้ เพราะอะไร

เพราะว่ามีใครไม่รู้โทรมาปลุกตอนหกโมงเช้านิดๆของเรา

ด้วยความคิดที่ว่าเราจะต้องไปโรงพยาบาล ไปเรียนแต่เช้า

555+++ ผิดไปแล้วคะคุน วันนี้เราเรียนตอนบ่ายสอง

ก้อคุยๆไปได้สักพักก้อนอนต่อเลย หึหึ วันนี้เรียนสายนินาจาตื่นไวทำมาย

จิงๆก้อต้องตื่นไวล่ะ จะมานั่งอ่านเรื่องการตรวจการทำงานของตับ เพราะอาจารย์สั่งมา

แต่ก้อนะขี้เกียจเลยนอนต่ออีกแว้บบบบบบ

ตื่นมาอีกทีตอนเก้าโมงได้มั้ง อาบน้ำ สระผม วันนี้เพื่อนบ้านออกไปคลีนิคแต่เช้า

ส่วนฟ้าไม่ต้องไป เพราะอยู่คนละกลุ่มกัน ของฟ้าต้องไปคลีนิควันศุกร์หน้าแทน

จัดการเอาผ้าไปซักอะไรเรียบร้อยก้อออกมาจากบ้าน

นึกได้ว่าต้องซื้อของขวัญวันเกิดให้ลิซซี่เลยแว่บไปในเมือง

เดินเล่นๆในห้าง

พอดีเจอร้านขายโดนัทร้านนึงที่แบบทุกทีเจอแต่ตอนเข้าไปที่ลอนดอน

เขาเพิ่งมาเปิดสาขาที่เบอร์มิงแฮมอ่ะ

ขอบอกว่าร้านนี้เขาทำโดนัทได้โคดอร่อย

ใครมีโอกาสได้มาอังกฤษอย่าลืมมาลองชิม

(แต่ก้อโคดแพงอ่ะ ชิ้นละปอนด์สิบ แปดสิบบาท T__T)

ร้านมันชื่อ Krispy Kreme อ้ะ

แบบว่าตอนที่ไปร้านเขากำลังทำโดนัทเลย

ฟ้าก้อไปซื้อมากินอันนึงใช่ป่ะ

แล้วก้อเพิ่งรู้ว่าวันนี้เขามีโปรโมชั่นแบบเพื่อหาเงินให้กับมูลนิธิเกี่ยวกับโรคมะเร็งอ่ะ

คนขายก้อแบบบอกว่า เอากาแฟไหม ฟรีนะ อ่อ ใช่ แล้วนี่ก้อโดนัทอีกชิ้น อันนี้ก้อฟรี

ตกลงก้อคือว่าวันนี้ฟ้าไปจ่ายตังค์ค่าโดนัทชิ้นเดียว

ได้กาแฟฟรีมาอีกแก้ว (ที่ทุกทีราคาประมาณสามปอนด์) กับโดนัทมาอีกชิ้น

อิ่มมมมมมมมมมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เอ่อ จะว่าไปเราก้อเลยบริจาคให้เขาไปด้วย

(หยอดไปให้ปอนด์ก่าๆ แบบว่าละอายใจไง

กินฟรีก้อกระไรอยู่ในขณะที่เขากะลังเรี่ยไรเงินช่วยคนเป็นมะเร็ง แหะๆ)

กินเสร็จ อิ่มๆ ก้อเลยหาโอกาสย่อยอาหาร เดินๆหาของขวัญให้ลิซซี่

ได้เป็นตัวอักษรอันเล็กๆเอาไว้ติดหน้าประตูอ่ะ ข้างๆเป็นรูปหมี เห็นว่าน่ารักดี

กว่าจะเลือกได้แบบว่านานมากกกกกกกก

จ่ายเงินเสร็จก้อรีบกลับมาเรียนต่อ

เรียนเวชศาสตร์ชุมชนแบบว่าเบื่อออออออออออ หุหุ

อาทิตย์นี้โรงพยาบาลก้อดีนะ ไปมาตั้งสี่วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงพฤหัสเลย

เมื่อวานนี้ไปดูการผ่าตัดมาด้วย

คนไข้มีซิสต์ที่ตับ ใหญ่ประมาณลูกเทนนิสได้

แบบเหมือนเม็ดอะไรใสๆมากระจุกรวมกันเลย

ตอนที่เข้าไป อาจารย์ก้อแบบชี้ๆให้ดูตับ ไต ไส้ พุงอะไรต่างๆของคนไข้

สนุกดี วันหลังจะเข้าไปดูใหม่

เมื่อวันก่อนหน้านั้นได้มีโอกาสเจอกับอาจารย์หมออีกท่านที่ทำงานอยู่วอร์ดที่ฟ้าเรียน

ชื่อหมอคาพาเดีย เป็นหมออาวุโสอ่ะ แต่โคตรๆใจดีเลยยยย

คือแบบไม่ได้ใจดีแบบใจดีเกินไป แต่ก้อคือใจดีในระดับของหมออาวุโสอ่ะ

หุหุ

(อายุสักสี่สิบมั้ง แต่มาดดีมาก)

เดี๋ยววันศุกร์หน้าจะได้เข้าเวรกลางคืน หมอที่รับผิดชอบวันนั้นก้อหมอคาพาเดียนี่แหละ

น่าสนุกดี เย้ๆๆๆๆๆ เข้าเวรกลางคืนก้อตั้งแต่สี่โมงครึ่งเย็นๆถึงแปดโมงเช้า

เขาบอกว่าวันศุกร์กลางคืนเป็นเวลาที่ รพ ยุ่งมากๆ ก้อดีนะ จะได้เจอเคสคนไข้เยอะๆ

จะได้เรียนรู้อะไรอีกมากๆด้วย เย้วววว ตื่นเต้นนนนนน

อืมมม จะว่าไปอาทิตย์นี้ก้อเจอเคสอะไรหลายอย่างดีนะ

เจอคนไข้เป็น


pomphyghoid (โรคผิวหนังอย่างนึงที่อาจจะเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งอาจจะมาจากมะเร็ง)

aneurysm (เส้นเลือดโป่งขึ้นมาเหมือนลูกโป่ง มีโอกาสที่จะแตกได้ถ้าขยายมากเกิน)

jaundice (ตัวเหลือง ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เกิดจากการที่มีปริมาณบิริรูบินในพลาสมามากเกินระดับปกติ)

atrial flutter (การที่หัวใจห้องบนเต้นไม่เป็นจังหวะที่ตรงกับหัวใจห้องล่าง)

gangrenes (ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเปลี่ยนเป็นสีดำเนื่องจากส่วนนั้นๆขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์ของร่างกายส่วนนั้นๆตาย ปล.คนไข้ที่เจอเขาเป็นที่นิ้วเท้าทั้งหมดอ่ะ แล้วตรงนิ้วเท้าเขาก็ติดเชื้อด้วย แบบแผลเหวอะถึงกระดูกเลย มีหนองอีกตะหาก)

แล้วก้ออีกเยอะอ่ะ น่าสนใจดี

ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าจะเจออะไรบ้าง

ไว้จะมาเล่าให้ฟังละกันเนอะ